ReadyPlanet.com
dot
dot
Ontotour Licence 12 / 1192
dot
bulletใบอนุญาตนำเที่ยวของเรา
bulletเพื่อนบ้านของเรา
bulletMy Profile
bulletวิธีการชำระเงิน
dot
บอร์ดท่องเที่ยว - จองทัวร์
dot
กุ้ยหลินเมืองไทย + ดำน้ำหมู่เกาะชุมพร
dot
ท่องเที่ยว ภาคเหนือ
dot
bulletทีลอซู
bulletล่องแก่งน้ำเข็ก
bulletล่องแก่งน้ำว้า
bulletดอยอินทนนท์
bulletภูชี้ฟ้า
bulletปาย
bulletภูสอยดาว
bulletทุ่งแสลงหลวง
bulletภูทับเบิก
dot
ท่องเที่ยว ภาคกลาง
dot
bulletสวนรถไฟ
bulletสยามพารากอน
bulletหัวหิน
bulletเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
bulletบึงฉวาก
dot
ท่องเที่ยว ภาคอีสาน
dot
bulletภูหลวง
bulletภูกระดึง
dot
ท่องเที่ยว ภาคตะวันออก
dot
bulletเกาะช้าง
bulletเกาะกูด
bulletเกาะหมาก
bulletเกาะเสม็ด
bulletวังโบราณบนเกาะสีชัง
bulletโรยตัว น้ำตกธารรัตนา
dot
ท่องเที่ยว ภาคใต้
dot
bulletหมู่เกาะชุมพร
bulletหมู่เกาะสุรินทร์
bulletหมู่เกาะสิมิลัน
bulletหมู่เกาะตะรุเตา
bulletเขาสก
bulletเกาะเต่า เกาะนางยวน
bulletทะเลบัน
bulletทะเลใน
bulletคลองสองน้ำ
bulletถ้ำเลเขากอบ
dot
Link อื่นๆ
dot
bulletกรมอุตุนิยมวิทยา
bulletรวม Link การเดินทาง
bulletประมาณระยะทาง
bulletตรวจสอบเวลาทั่วโลก
bulletแผนที่ ท่องเที่ยว
bulletแผนที่เกาะทางภาคใต้
bulletตำแหน่ง อุทยานแห่งชาติ
bulletเบอร์อุทยานแห่งชาติ
bulletสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว
bulletแจ้งเหตุฉุกเฉิน
bulletสมุดหน้าเหลืองออนไลน์
bulletรับปรึกษาทำ website
dot
โปรแกรมช่วง ก.พ.- พ.ค.
dot
bulletแพคเกจทัวร์ .. เกาะกูด 3D2N
bulletแพคเกจทัวร์ .. กระบี่
bulletน้ำตกทีลอซู จ.ตาก 2D1N
dot
โปรแกรมช่วง มิ.ย. - ต.ค.
dot
bulletทีลอซู .. ทริปเดินเท้า 3D2N
bulletแพคเกจทัวร์ล่องแก่งลำน้ำเข็ก
bulletเขาค้อ-ทับเบิก-ล่องแก่งลำน้ำเข็ก
bulletเชี่ยวหลาน+ดำน้ำชุมพร 3D2N
bulletเชี่ยวหลาน+ดำน้ำชุมพร 2D1N


ภาพบรรยากาศทัวร์ทีลอซู
ภาพบรรยากาศทัวร์เขาค้อ-ภูทับเบิก


สยามพารากอน, สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล article

เดือน พ.ย. มาเยือนอีกครั้ง นั่นคือรอยต่อระหว่างหน้าฝน สู่หน้าหนาว ... ฤดูแห่งการท่องเที่ยว เยี่ยมชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวเย็น ... บรรยากาศเย็นๆ ไอหมอกอุ่นๆ ตอนสายๆ ทำให้รู้สึกถึงความโรแมนติกยิ่งนัก ... ทางออนทูทัวร์เรา ก็มีโปรแกรมทัวร์หลักๆ นำเสนอ 2 โปรแกรม ซึ่งเป็นเส้นทางที่เป็นทางโค้งจัดๆ สักหน่อย ซึ่งใช้บริการทัวร์อาจสะดวกกว่าขับรถไปเองนะครับ เรามีทีมงานรถตู้ VIP ที่ชำนาญเส้นทางโค้งเป็นอย่างดี สำหรับรองรับ 2 โปรแกรมหลักนี้ครับ ... หนึ่ง คือ เส้นทางวงกลมแม่ฮ่องสอน - ปางอุ๋ง - ปาย 1,864 โค้ง โปรแกรมสุดฮิตสำหรับหน้าหนาวของทุกปี ... สอง คือ เส้นทางถนนดอยลอยฟ้า 1,219 โค้ง สู่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก จุดหมายปลายทางของถนนสายนี้ คือ สุดยอดน้ำตก ... น้ำตกทีลอซู นั่นเอง ซึ่งเดือน พ.ย. นี้ ถือว่าเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด เพราะทั้งใส และน้ำเยอะครับผม

 >>>  


ที่พักแม่ฮ่องสอน : โรงแรมงามตา ติดถนนคนเดิน  :  http://www.ngamtahotel.com
ที่พักแม่ฮ่องสอน : ริมธาร เรสซิเด้นท์  : 
http://www.rimtarnresidence.com
ที่พักปาย : ปายลากูน่า บ้านพักทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ริมน้ำ  : 
http://pailaguna.9nha.com/pai.html

       

รายการอาหาร 7 มื้อ สำหรับทริปนี้ ...
1. มื้อที่ 1 ข้าวต้ม กาแฟ โอวัลติน ขนมปัง แยม แบบบุฟเฟ่ต์ที่ ออบหลวง
2. มื้อที่ 2 อาหารเซตโต๊ะ 4-5 อย่าง ที่ อ.ขุนยวม ก่อนเข้าชมทุ่งดอกบัวตอง
3. มื้อที่ 3 เมนูเด็ดแบบอาหารยูนนาน ที่ บ้านรักไทย รับรองอิ่มมาก
4. มื้อที่ 4 เมนูไก่ย่าง ส้มตำ ที่ ถ้ำปลา
5. มื้อที่ 5 มาม่าคัพ, ไวไวคัพ, โจ๊คคัพ, ยากิโซบะคัพ, ปลากระป๋อง, ขนมปัง แยม 
    กาแฟ โอวัลติน ที่ ห้วยน้ำดัง < มื้อนี้ทางทัวร์ต้องเตรียมอุปกรณ์ไปให้ เช่น เตา
    แก๊สปิคนิค กาน้ำร้อน เพราะเราต้องทานอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ พร้อมชมทะเล
    หมอกไปพร้อมกัน >
6. มื้อที่ 6 อาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ที่สวนกล้วยไม้ อ.แม่ริม
7. มื้อที่ 7 อาหารเซตโต๊ะ 7-8 อย่าง ณ ร้านอาหารริมแม่น้ำปิง จ.ตาก

 

สยามพารากอน, สยามพารากอน    สยามพารากอน, สยามพารากอน

สยามพารากอน, สยามพารากอน    สยามพารากอน, สยามพารากอน

สยามพารากอน, สยามพารากอน    สยามพารากอน, สยามพารากอน

สยามพารากอน, สยามพารากอน    สยามพารากอน, สยามพารากอน

สยามพารากอน, สยามพารากอน

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อุทยานสัตว์น้ำระดับโลก 

    สัมผัสกับความน่ารัก และความสวยงามของโลกใต้ทะเลกันอย่างใกล้ชิด กับ “สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล” อุทยานสัตว์น้ำระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานโลกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และเป็นอุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ด้วยเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานสากล 2 สนาม  จุน้ำได้ถึง 4 ล้านลิตร (เทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิก 3 สระ) ภายในสยามพารากอน ชั้น บี1 และ บี2 ซึ่งรวบรวมเอาสัตว์น้ำมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มกว่า 30,000 ตัว จากสัตว์น้ำกว่า 400 ชนิด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น  7 โซนด้วยกัน แต่ละโซนจะถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษภายใต้แนวคิดที่
ต้องการสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับเดินอยู่ใต้ท้องทะเลจริงๆ

สำหรับโซนทั้ง 7 ภายในอุทยานสัตว์น้ำแห่งนี้ประกอบด้วย

โซนแรก
‘Weird and Wonderful’   ผู้เข้าชมจะถูกห้อมล้อมไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่น่าตื่นเต้นที่แตกต่างไปจากสัตว์น้ำทั่วไป สัตว์น้ำในโซนนี้จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นเฉพาะตัว และบางชนิดก็น่าพิศวงยิ่งนัก

โซนที่ 2 คือ
‘Deep Reef’ 
เป็นโซนที่จัดแสดงความสวยงามตระการตาของบรรดาปะการังที่มีอยู่บนโลกนี้ไว้ ภายในแทงค์ที่มีความสูงถึง 8 เมตร

โซนที่ 3
‘Living Ocean’ 
เป็นโซนสำหรับสังเกตการดำรงชีวิตของเหล่าสัตว์น้ำ ซึ่งบางชนิดก็ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และมีชีวิตอยู่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป ในขณะที่บางชนิดก็จะดำรงไว้ซึ่งความเป็นผู้ล่าเสมอ

โซนถัดมา โซนที่ 4 เป็นโซน
‘Rainforest’ 
ซึ่งจำลองสภาพป่าดิบชื้นตามธรรมชาติ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์และพืชที่อาศัยอยู่ร่วมกันในป่าดิบชื้น และจัดเป็นส่วนที่จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ รวมทั้งสัตว์อื่นๆ เช่น ปลาปอดโบราณ รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หาได้ยากในปัจจุบัน

โซนที่ 5 คือ
‘Rocky Shore’ 
การใช้ชีวิตในโซนนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่คลื่นปะทะชายฝั่งอย่างรุนแรง สัตว์ที่กำลังจะเจริญเติบโตก็ต้องปรับตัวและนิสัยเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

ถัดมาโซนที่ 6
‘Open Ocean’ 
เป็นพื้นที่วงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10.5 เมตร จัดแสดงสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลแบบรอบทิศทาง 360 องศา เป็นโซนที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าในโลกมหาสมุทร

โซนสุดท้าย โซนที่ 7
‘Sea Jellies’ 
เป็นโซนของสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ และลึกลับที่สุดแห่งท้องทะเล นั่นคือ แมงกะพรุน ซึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสมอง ไม่มีกระดูก ไม่มีอวัยวะภายใน แต่มันสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ท้องทะเลแห่งนี้

    สำหรับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล แห่งนี้จะพร้อมเปิดบริการนักท่องเที่ยวในวันที่ 9 ธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น.-22.00 น. อัตราค่าเข้าชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ราคา 450 บาท และเด็ก (สูง 80-120 ซม.) ราคา 280 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ,ทรู และออเร้นจ์ ช้อป หรือ ซื้อบัตรผ่าน www.weloveshopping.com

    สำหรับกลุ่มลูกค้าของ สยามพารากอน เป็นกลุ่มคนที่มีรสนิยมระดับ Bขึ้นไปจนถึง A+(+) คาดว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว 30% และคนที่อาศัยในเมืองไทยอีก 70% ค่าใช้จ่ายต่อหัวภายในห้างเฉลี่ย 1,000 บาท/คน และนอกห้างเฉลี่ย 3,000 บาท/คน โดยสนนราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายสิบล้าน ทั้งนี้ เป้ารายได้เดือนแรกๆ ตั้งไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 3 ปี

10 ที่สุดของ สยามพารากอน

  1. เป็นศูนย์การค้าที่ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงที่สุด กว่า 15,000 ล้านบาท
  2. เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ มีพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม.
  3. เป็นศูนย์การค้าที่มีร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลกและของไทยมากที่สุด กว่า 250 ร้าน
  4. เป็นศูนย์การค้าที่ใช้สถาปนิกและดีไซเนอร์มากที่สุด กว่า 100 คน (ยังไม่รวมดีไซเนอร์ของแต่ละร้าน)
  5. เป็นศูนย์การค้าที่ flagship store และ first store ของแบรนด์ชั้นนำมากที่สุด
  6. เป็นศูนย์กลางค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย กว่า 50 ร้านค้าชั้นนำของโลกและของไทย
  7. มีอะควาเรี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
  8. เป็นศูนย์การค้าที่มีเลนโบว์ลิ่งเยอะที่สุด 52 เลน
  9. เป็นศูนย์การค้าที่มีความจุของโรงหนังมากที่สุด 5,500 ที่นั่ง และโรงหนัง Imax อีก 600 ที่นั่ง
  10. เป็นศูนย์การค้าที่มีดีพาร์ตเมนต์สโตร์ที่ใหญ่ที่สุด พื้นที่ 80,000 ตร.ม.

Did You Know?
   
ด้วยความใหญ่ของลานจอดรถชั้นใต้ดินซึ่งมีเนื้อที่ 25 ไร่ สยามพารากอน จึงลงทุนติดตั้งหัวอ่านบัตรจอดรถที่ประตูเข้าห้าง เพื่อทำให้ลูกค้าทราบว่าจอดรถอยู่ล็อกไหน โดยงบลงทุนในระบบ Intelligent Car Park นี้สูงกว่า 10 ล้านบาท

Stores of Super Brand
   
ในจำนวนกว่า 250 ร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำของโลกและของไทยนั้น มีหลายร้านที่เป็น flagship store มีขนาดตั้งแต่ 300 - 2,000 กว่า ตร.ม. หลายร้านยังเป็นร้านที่มาเปิดที่ สยามพารากอน เป็นแห่งแรกในเอเชีย หรือครั้งแรกในประเทศไทย แต่ทุกร้านสองผู้บริหารสาวรับรองว่ามีการดีไซน์ตกแต่งที่มีเอกลักษณ์และพิถีพิถันโดยดีไซเนอร์ชั้นนำของโลก มูลค่าการแต่งร้านสูงถึง 60 - 150 ล้านบาท

1. Super Car Stores
    พื้นที่ร่วม 14,000 ตร.ม. สำหรับผู้นำเข้ารถยนต์ซูเปอร์คาร์ได้นำสินค้ามาจัดจำหน่ายและแสดงในคอนเซ็ปต์การจัดร้านแบบแกลเลอรี่ ซึ่งแบรนด์ที่จะมาอวดโฉม ได้แก่ ปอร์เช่ จากัวร์ และเบนท์เลย์ จากค่าย AAS หรือเฟอร์รารี่ มาเซราติ และบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ซึ่งนำมาจำหน่ายคอลเลกชั่นเสื้อผ้า นาฬิกา ฯลฯ มาจำหน่ายด้วย

2. Lee Marine : Yatch Store
    คงจะไม่ง่ายที่จะได้เห็นเรือยอตช์เข้ามาจอดกลางใจเมือง และบนห้างสรรพสนค้า แต่ที่นี่เราจะได้เห็นเรือยอตช์ที่แพงที่สุดคือ Ferretti สนนราคาก็แค่ไม่กี่แสนเหรียญสหรัฐ

3. Kinokuniya
    ร้านคิโนคูนิยะที่นี่มีพื้นที่กว่า 2 พัน ตร.ม. ถือเป็นร้านหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประ เทศ โดยคอนเซ็ปต์การแต่งร้านจะแตกต่างไป เพราะนำแรงบันดาลใจมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาและใบบัว ที่นี่จะรวบรวมหนังสือหลากภาษาจากทั่วโลก พร้อมมีมุมกาแฟและมุมแสดงผลงานศิลปะ

4. Mikimoto Flagship Store
    “มิกิโมโต้” คือ บริษัทผู้ออกแบบมงกุฎเพชรให้กับมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งเลือกมาเปิดร้านที่ สยามพารากอน โดยมิกิโมโต้ตั้งใจให้สาขานี้เป็นศูนย์กลางในการค้าขายเครื่องประดับ ให้กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ร้านที่นี่จึงถูกดีไซน์ให้หรูหรากว่าอีก 100 แห่งทั่วโลก

5. Hugo boss : Concept Store
    ร้าน Hugo boss ที่ สยามพารากอน จะเปิดเป็นแนว concept store ที่จะนำเอาสินค้าแฟชั่นของผู้หญิงมาจัดจำหน่ายและแสดงด้วย เป็นครั้งแรก

6. Swaroskvi : Concept Store
    จากร้านเครื่องประดับและเพชรที่มีชื่อเสียงมาจากต่างประเทศ สำหรับ Swaroski Concept Store ที่ สยามพารากอน นี้จะมีการนำเอาคอลเลกชั่นเสื้อผ้าเข้ามาจำหน่ายด้วย

7. Vertu Store
    ร้านนี้ถือเป็นร้านแรกในประเทศไทย และเป็นร้านแรกในโลกที่เปลี่ยนคอนเซ็ปต์จากความคลาสสิกมาเป็น “Vertu Gift Shop” เพิ่มเทคโนโลยีและความทันสมัย แต่ก็ยังคงความหรูหราและคลาสสิกในตัวของสินค้าไว้ โดยเลือกชั้น 1 ของห้าง ซึ่งเป็น luxury lifestyle เป็นที่ตั้งร้าน เพื่อสร้างแบรนด์ Vertu ให้มีภาพความเป็นสินค้าแฟชั่น

8. Jim Thompson
    จิม ทอมป์สัน เลือกใช้ร้านที่ สยามพารากอน เป็น flagship store

    นอกจากบรรดาร้านค้ากว่า 250 แบรนด์ สยามพารากอน ยังมีโซน World of Entertainment ทำหน้าที่เป็นเหมือน “แม่เหล็ก” ดึงดูดคนที่ไม่ใช่นักช้อป ให้เดินเข้ามาหาความเพลิดเพลินจากกิจกรรมอื่น ณ ที่นี่ ตัวอย่าง “ความบันเทิง” เหล่านั้น เช่น

1. Siam Ocean World
    “ สยาม โอเชี่ยน เวิลด์ ” เป็นอะควาเรี่ยมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียและออสเตรเลีย และยังใหญ่เป็นอันดับสองของโลก สร้างอยู่ชั้นใต้ดิน มีพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่น ตร.ม. และมีสัตว์น้ำกว่า 3 หมื่นชนิด กว่า 400 สายพันธุ์ จากมหาสมุทรทั่วโลก เช่น ปลาฉลาม นกเพนกวิน และแมวน้ำจากขั้วโลกใต้ เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สามารถชมวิวได้ถึง 360 องศา ซึ่งในโลกมีเพียง 2 แห่ง คือ ออสเตรเลีย และเมืองไทย

    สยาม โอเชี่ยน เวิลด์ ต้องใช้งบลงทุนกว่าพันล้านบาท โดยมีบริษัท โอเชียนนิส ออสเตรเลีย กรุ๊ป เป็นผู้ลงทุนและพัฒนา ซึ่งที่นี่นับเป็นอะควาเรี่ยมในศูนย์การค้าแห่งแรกของโลก ทั้งนี้ ทั้งผู้บริหารของ สยามพารากอน และโอเชียนนิสฯ ต่างก็ตั้งเป้าให้ “ สยาม โอเชี่ยน เวิลด์ ” แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

2. Siam Opera House
    “ สยาม โอเปร่า เฮาส์ ” เป็นโรงละคร “แนวบอร์ดเวย์” แห่งแรกของไทย ตั้งอยู่บนชั้น 5 สามารถจุคนดูได้ถึง 1,800 ที่นั่ง ส่วนละครที่จะนำเข้ามาแสดง เช่น "The Phantom of the Opera", "Miss Saigon", "Cats" และ "Les Misera-ble" เจ้าของโครงการคือ บริษัท เนเชอรัล ปาร์ค หวังปั้นให้เทียบชั้นกับ เดอะ โอเปร่า เฮาส์ ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย หรือของฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ให้ได้ จึงยอมลงทุนว่าจ้างบริษัท Cameron Mackintosh Consultant ที่ปรึกษาโรงละครระดับโลก มาดูแลมาตรฐาน (แต่คงต้องรอต่อไปอีก 18 เดือนถึงจะได้สัมผัสของจริง)

3. Paragpon Cinepolis
    บนเนื้อที่กว่า 20,000 ตร.ม. ในโซน Paragon World of Entertainment ของ สยามพารากอน ส่วนพื้นที่ของโรงภาพยนตร์แนวใหม่ที่มีความหรูหราจำนวน 15 โรง รองรับผู้ชมได้ 5,500 ที่นั่ง และโรงภาพยนตร์จอยักษ์ 3 มิติ IMAX 600 ที่นั่ง รวมทั้งเมเจอร์โบว์ 52 เลน โดยเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ยอมทุ่มทุน 1,000 ล้านบาทเพื่อสร้างความแตกต่าง และทำให้ที่นี่เป็นเมืองแห่งหนังและเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดในเอเชีย และดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก

    ทั้งนี้ ส่วนที่เป็นไฮไลต์ของโรงภาพยนตร์ก็คือ โรงภาพยนตร์แกรนด์ เธียเตอร์ ที่จุคนได้ถึง 1,200 ที่นั่ง โดยภายในถูกออกแบบให้มี private balcony รองรับแขกสำคัญระดับประเทศ หรือแขก VIP ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่เข้มงวด ได้จำนวนมากถึง 200 คน

4. Paragon Gourmet Market & Food Hall
    เป็นพื้นที่ศูนย์อาหารที่หลากหลายทั้งชนิด รูปแบบ รสชาติ และราคา ตั้งอยู่ที่ชั้น Street Level บนเนื้อที่ราวหมื่นตร.ม. จัดเป็นศูนย์อาหารที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วนของ food hall จะเป็นร้านค้าสไตล์ open kitchen กว่า 30 ร้าน ทั้งนี้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ best original taste และ trend of food fashion

5. Royal Paragon Hall
    รอยัล พารากอน ฮอลล์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ใช้งบก่อสร้างราว 380 ล้านบาท ตั้งอยู่บนชั้น 6 มีพื้นที่ประมาณ 12,000 ตร.ม. จุคนได้ราว 5 พันคน จุดเด่นอีกประการคือความสูงที่มากถึง 12.50 เมตร และมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยไว้ให้บริการจึงจัดงานได้หลากหลาย เป้าหมายก็คือทำพื้นที่นี้ให้เป็น lifestyle hall รองรับอีเวนต์การตลาด งานคอนเสิร์ต งานประชุม งานแสดงสินค้า หรือนิทรรศการของคนเมือง โดยตั้งใจเจาะกลุ่ม niche market ซึ่งเลือกพื้นที่ได้ตามขนาดที่ต้องการ

Did You Know?

    ห้างใหญ่ๆ บนถนนสายช้อปปิ้งที่มีการปรับใหม่ ส่วนใหญ่จะจัดเตรียมพื้นที่ว่างเอาไว้สำหรับให้บริการเช่าจัดงานอีเวนต์ทางการตลาด ทั้ง Royal Paragon Hall ของ สยามพารากอน, ลานกิจกรรมชั้นล่างที่เชื่อมระหว่างสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 1 และชั้น 45 ของเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศ, ลานกิจกรรมตรงกลางของเกษรพลาซ่า และ Living Hall ซึ่งเป็นอีเวนต์ ฮอลล์ของ The Emporium ซึ่งเพิ่งปรับไม่นาน

ขอขอบคุณที่มา :  www.moohin.com , www.sow.champ.co.th , www.positioningmag.com



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


Travel News!!

ขสมก. ชวนเที่ยว article
การกลับมาของปลาการ์ตูน article
ศึกษาเกาะสุรินทร์ article
ภูกระดึง...ใกล้ใจ ไกลตีน article
หลากหลายความเห็นกับ " กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง " article
เตรียมใจก่อนไป Siam Ocean Wolrd article
ท่องโลกใต้ทะเลแนวใหม่ ไปกับเรือดำน้ำ article
ถ้ำน้ำแข็ง " แก้วโกมล " (เริ่ม) มัวหม่นเพราะใคร ? article
อันซีนฯ อันดามัน article
" ตะรุเตา " เกาะสวรรค์แห่งอันดามัน article
นานาทัศนะทะเลไทย ครบ 1 ปี หลังสึนามิ article
ประติมากรรมใต้ทะเล article
1 ปีสึนามิกับความแตกต่างทางอารมณ์ article
สุนทรภู่ article
รู้จักไม้มงคลประจำวันเกิดและราศีเกิด article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ออนทูทัวร์

[ที่พักติดหาดปากน้ำหลังสวน : 99bayresort] [Facebook ออนทูทัวร์]

ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH