|
ออนทูทัวร์ .. พาเที่ยว .. พาทัวร์ .. เที่ยวเมืองไทย ราคาสบาย - สบาย แนะนำที่พัก ณ เมืองที่ควรไปสักครั้งหนึ่ง
ปาย จ.เชียงใหม่ ... อ.ปาย อยู่กึ่งกลางระหว่างเชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองซึ่งปกคลุมด้วยสายหมอกยามเช้า มีความเป็นธรรมชาติสูง มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าศึกษาค้นคว้า ที่พักปาย มีหลากหลายราคา หลากหลายทำเล ทั้งริมน้ำปาย ... หน้าเป็นน้ำ หลังเป็นเขา ... โรงแรมปาย ซึ่งอยู่ในเมือง ใกล้ถนนคนเดิน
ภูเก็ต ... ไข่มุกแห่งอันดามัน ได้ชื่อว่าเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองสยาม เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ทั้งด้านการเดินทาง ที่พัก ภูเก็ตรีสอร์ท ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว เกาะที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายขาวเนียนตาสุดๆ
โปรแกรมทัวร์แนะนำ ... ตลอดระยะเวลา 5 ปีกว่าๆ ทางเราออนทูทัวร์มีเส้นทางที่เข้าไปอ่าน ไปสัมผัส ไปขับมอเตอร์ไซค์สำรวจรอบๆ ประมาณ 9 เส้นทางหลักด้วยกัน
1. น้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง จ.ตาก ( เที่ยวได้ทั้งปี ) เส้นทางนี้บุกเบิกมาร่วม 5 ปีแล้ว ถือว่าเป็นเส้นทางที่เรามั่นใจที่สุดก็ว่าได้ ... ทำตั้งแต่ราคา สามพันปลายๆ จนปัจจุบันราคาขยับลงมาอยู่ที่สามพันต้นๆ ... ไม่ใช่ว่าราคาลดลง จะลดคุณภาพลงนะครับ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราสามารถเลือกที่จะตัดบางอย่างออก ซึ่งเรามองว่าไม่มีผลต่อการเดินทางเท่าไหร่ และให้ได้ราคาที่ลูกค้าสนใจ ... สิ่งที่สำคัญที่สุดของเส้นทางนี้ คือความเป็นมืออาชีพของรถตู้ เพราะเป็นเส้นทางที่คดโค้ง มีความเสี่ยง เราจึงเลือกใช้แต่รถตู้ที่มีประสบการณ์เฉพาะเส้นทางนี้จริงๆ เท่านั้น ... ส่วนเรื่องที่พัก เรามั่นใจว่าในราคานี้ ที่พัก และทีมไกด์ปลายทางที่เรามี มีคุณภาพไม่เป็นสองรองจากใครแน่นอน ... ที่พักที่เราเลือกเป็นห้องพักสร้างเสร็จใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว การันตีได้เลยว่าในราคาย่านนี้ เรามั่นใจมากในแง่คุณภาพ
2. วงกลมแม่ฮ่องสอน - ปางอุ๋ง - ห้วยน้ำดัง - อ.ปาย จ.เชียงใหม่ ( พ.ย. - ม.ค. ) เส้นทางนี้เข้าไปอ่านร่วม 5 ปี แต่รายละเอียดมีเยอะมาก โปรแกรมแน่นมาก ... ทางเราจะเข้าไปเลือกที่พักสำหรับปีนี้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ โปรดติดตามรายละเอียดในเว็บนะครับ
3. เขาค้อ - ภูทับเบิก - ภูหินร่องกล้า - ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ( เที่ยวได้ทั้งปี ) เส้นทางหลวงสาย 12 ซึ่งเชื่อมต่อที่เที่ยวของสองจังหวัด พิษณุโลก กับเพชรบูรณ์เข้าด้วยกัน เป็นเส้นทางที่เที่ยวได้ทั้ง 12 เดือน ยกเว้นกิจกรรมล่องแก่งลำน้ำเข็กที่สามารถล่องได้เฉพาะช่วงหน้าฝนเท่านั้น เป็นอีกเส้นทางที่เราไปนอนไปพักมาร่วม 4 ปี ตั้งแต่เส้นทางทับเบิกเป็นหลุมเป็นบ่อ จนปัจจุบันเส้นทางขึ้นทับเบิกฝั่งหล่มสัก เป็นทางลาดยางอย่างดี จนถึงจุดชมวิวแล้ว ... ส่วนเขาค้อเส้นทางสะดวกอยู่แล้ว เขาค้อถือเป็นที่เที่ยวที่ยังสงบเงียบ อากาศดี แม้ว่าจะดังมาอย่างยาวนาน ถ้าผู้เขียนจะหาบ้านหลังที่สามสำหรับตัวเอง ที่นี่คือเป้าหมายอันดับ 1 แน่นอน
4. ชุมพร - อ.หลังสวน - อ.พะโต๊ะ และที่เที่ยวข้างเคียง ( ก.พ. - ก.ย. ) จากเหนือ เรามาลงใต้กันบ้าง ... ที่นี่ คือบ้านเกิดของผู้เขียนเอง มีความผูกพันมาอย่างยาวนานร่วม 30 ปี ... จากประสบการณ์ที่ได้ไปเที่ยวทะเลเกือบทุกจุดในไทย .. "ชุมพร" ก็ยังถูกมองว่าเป็นเมืองทางผ่าน แต่สำหรับผู้เขียนเองแล้ว ชุมพร และที่เที่ยวใกล้เคียง มีโปรแกรมที่หลากหลายกว่า หลายบรรยากาศกว่า และจุดเด่นที่สำคัญ คืออาหารการกิน ที่เราไม่เป็นสองรองใครในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลด้วยกัน
5. เขาสก - เขื่อนรัชชประภา ( กุ้ยหลินเมืองไทย ) ( เที่ยวได้ทั้งปี ) ขุนเขา และสายน้ำ ... แพในเขื่อน ดอกบัวผุด คือจุดเด่นของที่นี่ เป็นอีกเส้นทางที่เที่ยวได้ทั้ง 12 เดือน เพราะไม่มีผลกระทบจากมรสุมทางทะเล ... ดอกบัวผุดจะบานช่วงหน้าหนาว ถ้าช่วงที่ไม่มีบัวผุด เราก็สามารถมีกิจกรรมอย่างอื่นทดแทน เช่น ล่องห่วงยาง ( ผู้เขียนชอบบรรยากาศเป็นการส่วนตัว ) ... พายเรือคายัค ... ส่วนโปรแกรมชมวิวในเขื่อน เป็นไฮไลต์หลัก ที่ผู้คนประทับใจมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว
6. เกาะเต่า - เกาะนางยวน ( ก.พ. - ก.ย. ) จุดดำน้ำที่ว่ากันว่าดีที่สุดในย่านอ่าวไทย คือที่นี่ ( แต่ต่อไปอาจชักไม่แน่ใจ ) ... ไฮไลต์สำคัญของโซนนี้ คือ "เกาะนางยวน" ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวระดับโลก ... จุดชมวิวนี้ทุกวัยสามารถขึ้นไปชมได้ ไม่ยากจนเกินไป ... แต่ที่นี่เป็นย่านที่มีฝรั่งมากกว่าคนไทย ห้องพักถึงแม้ว่าจะมีรองรับเยอะ แต่ก็จองได้ไม่ง่ายนัก ( กรณีห้องพักราคาล่างถึงกลางนะครับ ) ... ราคาเส้นทางนี้สูงเอาการ เพราะบริการด้วยเรือข้ามฝั่งอย่างดี เป็นเรือขนาดใหญ่ ปรับอากาศ ระยะทางห่างจากฝั่งร่วม 70 ก.ม. ... สบายตัว แต่ไม่สบายกระเป๋าสักเท่าไหร่
7. กระบี่ - พีพี - อ่าวนาง ( พ.ย. - พ.ค. ) ฝั่งทะเลอันดามันที่รองรับนักท่องเที่ยวแบบทัวร์ คือมีที่เที่ยวสวย และมีที่พักสะดวกสบายด้วย ก็ต้องยกให้เมืองกระบี่ ... แพคเกจทัวร์มีหลากหลาย สามารถเที่ยวได้ 4-5 day trip ทั้งทางบก ทางทะเล ... ที่นี่มีที่พักรองรับทั้งแบบบน กลาง ล่าง แต่เนื่องด้วยระยะทางที่ห่างจากกรุงเทพฯ ร่วมๆ 900 ก.ม. ทำให้ค่าใช้จ่ายไม่เบาเลยทีเดียวสำหรับเส้นทางนี้
8. เกาะกูด จ.ตราด ( พ.ย. - พ.ค. ) มาเที่ยวฝั่งหมู่เกาะทะเลตราดกันบ้าง ฝั่งนี้แม้ว่าจะอยู่โซนทะเลอ่าวไทย แต่ถ้ามองด้านภูมิศาสตร์ ( หลังเขา - หน้าเขา ) ที่นี่จะรับลมมรสุมตัวเดียวกับฝั่งอันดามันนะครับ คือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะพาดผ่านประเทศไทยช่วงหน้าฝนพอดี ทำให้ช่วงเวลานั้นไม่สามารถไปเที่ยวได้ ( ประกอบกับเกาะกูดอยู่ห่างจากฝั่งมาก ร่วม 80 ก.ม. นับจากฝั่งตัวเมืองตราด ) ... เกาะกูดเป็นเกาะที่เงียบสงบ บรรยากาศเป็นส่วนตัวมาก ... หนึ่งอ่าว มีที่พักไม่เยอะ ... 1-2 ที่พักต่ออ่าวเท่านั้น ... ทำให้ราคาแพคเกจทัวร์ของที่นี่ แพงเพราะความเงียบ และความเป็นส่วนตัว ... ถือว่าเป็นอีกเกาะที่ไม่ควรพลาดในการไปเยือนสักครั้งหนึ่ง
9. เกาะช้าง จ.ตราด ( พ.ย. - พ.ค. ) จากเกาะกูด ก็มาเยือนเกาะเพื่อนบ้านไม่ห่างกันมากนัก ... "เกาะช้าง " โด่งดังมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวมีหลากหลาย ทั้งไทย ทั้งเทศ ... บรรยากาศจะแตกต่างออกไปจากเกาะกูด ตามชายหาดจะหนาแน่นไปด้วยผู้คน แต่ด้วยเป็นเกาะที่เดินทางสะดวกกว่า ราคาถูกกว่าเกาะกูด จึงมีนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มเดินทางมาเที่ยวที่นี่ ... ทั้งสองเกาะดำน้ำจุดเดียวกันที่หมู่เกาะรัง ... โปรแกรมทัวร์ทั้งเกาะกูด กับเกาะช้าง ก็คล้ายกัน แตกต่างกันเล็กน้อยในส่วนของรายละเอียดเท่านั้น

[ เกาะหมาก ] [ หมู่เกาะชุมพร ] [ ปาย - แม่ฮ่องสอน - เชียงใหม่ ] [ ภูกระดึง ]
[ หมู่เกาะตะรุเตา ] [ สังขละบุรี ] [ น้ำตกทีลอซู ] [ เกาะเต่า - เกาะนางยวน ]
|